การศึกษาเปรียบเทียบการใส่ท่อช่วยหายใจในหุ่นทารกแรกเกิดด้วยเครื่องช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ชนิดวีดิทัศน์ โดยการดัดปลายท่อสองลักษณะ
ชนิดา เอี่ยมแสงชัยรัตน์กลุ่มงานวิสัญญี โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม
บทคัดย่อ
การใส่ท่อช่วยหายใจในทารกแรกเกิดถือเป็นหัตถการทางวิสัญญีวิทยาที่มีความซับซ้อนและท้าทายเนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคของทารกแรกเกิดที่มีความแตกต่างจากช่วงวัยอื่น ๆ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะขาดออกซิเจนในระหว่างการทำหัตถการ การใส่ท่อช่วยหายใจโดยใช้อุปกรณ์ช่วยชนิดวีดิทัศน์มีประโยชน์ในการมองเห็นกล่องเสียงได้แม่นยำและชัดเจนยิ่งขึ้น และส่งผลให้โอกาสในการประสบความสำเร็จในการใส่ท่อช่วยหายใจสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำเกี่ยวกับลักษณะการดัดรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจที่จะช่วยให้สามารถใส่ท่อช่วยหายใจผ่านกล่องเสียงด้วยกล้องวีดิทัศน์ชนิดด้ามมิลเลอร์ (Miller blade) เพื่อให้โอกาสในการประสบความสำเร็จในการใส่ท่อช่วยหายใจสูงขึ้น ดังนั้นการศึกษาวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเพื่อเปรียบเทียบระยะเวลา และโอกาสประสบความสำเร็จ ในการใส่ท่อช่วยหายใจระหว่างลักษณะการดัดรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจให้เป็นรูปไม้ฮอกกี้ (hockey stick) และรูปทรงโค้งตัว C (C-curved shape) ในหุ่นทารกแรกเกิดด้วยกล้องวีดิทัศน์ชนิดด้ามมิลเลอร์
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลา และโอกาสประสบความสำเร็จ ในการใส่ท่อช่วยหายใจระหว่างลักษณะการดัดรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจให้เป็นรูปไม้ฮอกกี้ (hockey stick) และรูปทรงโค้งตัว C (C-curved shape) ในหุ่นทารกแรกเกิดด้วยกล้องวีดิทัศน์ชนิดด้ามมิลเลอร์
วิธีการศึกษา: ทำการศึกษาวิจัยโดยมีกลุ่มประชากรเป็นวิสัญญีแพทย์และวิสัญญีพยาบาลทั้งหมด 37 คน โดยแบ่งกลุ่มแบบสุ่มเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเริ่มจากการใส่ท่อช่วยหายใจโดยดัดรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจให้เป็นรูปไม้ฮอกกี้ กลุ่มที่สองแรกเริ่มจากการใส่ท่อช่วยหายใจโดยดัดรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจให้เป็นรูปทรงโค้งตัว C โดยแต่ละกลุ่มจะได้ทำหัตถการครั้งที่สองโดยเปลี่ยนรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจเป็นอีกชนิดหนึ่ง ในหุ่นทารกแรกเกิด ผลลัพธ์หลักคือระยะเวลาการใส่ท่อช่วยหายใจทั้งหมด ผลลัพธ์รองคือตำแหน่งปลายท่อเริ่มต้นและคะแนนความพึงพอใจของกลุ่มประชากร
ผลการศึกษา: ระยะเวลาเฉลี่ยในการใส่ท่อช่วยหายใจของกลุ่มที่ใส่ท่อช่วยหายใจแบบรูปไม้ฮอกกี้คือ 25 ± 3 วินาที ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ใส่ท่อช่วยหายใจแบบรูปทรงโค้งตัว C ที่ 25.5 ± 5 วินาที (p = .326) อัตราการประสบความสำเร็จในการใส่ท่อช่วยหายใจ ร้อยละ 100 ในทั้งสองกลุ่มการศึกษา เมื่อเปรียบเทียบคะแนนความพึงพอใจต่อการทำหัตถการพบว่า กลุ่มที่ใส่ท่อช่วยหายใจแบบรูปไม้ฮอกกี้มีความพึงพอใจเฉลี่ย 8.54/10 ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ใส่ท่อช่วยหายใจแบบรูปทรงโค้งตัว C 8.05/10 (p = .137)
สรุป: การใส่ท่อช่วยหายใจในหุ่นทารกแรกเกิดด้วยกล้องวีดิทัศน์ชนิดด้ามมิลเลอร์ระหว่างลักษณะการดัดรูปร่างของปลายท่อช่วยหายใจให้เป็นรูปไม้ฮอกกี้ (hockey stick) และรูปทรงโค้งตัว C (C-curved shape) ไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องระยะเวลาในการทำหัตถการ อัตราความสำเร็จ และความพึงพอใจ
ที่มา
วารสารแพทย์เขต 4-5 ปี 2568, July-September
ปีที่: 44 ฉบับที่ 3 หน้า 381-390
คำสำคัญ
Endotracheal tube, ท่อช่วยหายใจ, newborn manikin, shape of endotracheal tube tip, หุ่นทารกแรกเกิด, ลักษณะดัดปลายของท่อช่วยหายใจ


